Trending News

Subscribe Now

3 ทางรอด Agency ในวันที่จะไม่เหลือที่ยืนอีกต่อไป

3 ทางรอด Agency ในวันที่จะไม่เหลือที่ยืนอีกต่อไป

Article | Digital Marketing

ในตอนนี้ถ้าใครอยู่ในวงการการทำโฆษณาหรือเอเจนซี่โฆษณาจะพบว่า เป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่ออย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นงานที่หดน้อยลง หรือแม้แต่ Talents ที่หายากเพิ่มขึ้น พร้อม ๆ กับการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ใครทำ Agency ในช่วงนี้ของประเทศไทย ถ้าไม่ได้เป็นเอเจนซี่ยักษ์ใหญ่ที่ผูกปิ่นโตอย่างเหนียวแน่นกับลูกค้ามาจากระดับ Global แล้วละก็ จะรู้สึกได้เลยว่างานแต่ละอย่างที่ได้มา Budget น้อย กำไรน้อย แต่ Requirement สูงมาก 

ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น แต่เกิดขึ้นทั่วโลกจากกระแสการเกิดขึ้นของ Data ที่ผ่านมา ทำให้ผลกระทบนี้มาเกิดขึ้นกับเอเจนซี่จนต้องปรับตัวขนานใหญ่อีกครั้ง จากการที่ต้องปรับตัวในยุค Digital ที่ผ่านมา ซึ่งในต่างประเทศเกิดการปรับตัวไปอย่างมากแล้วเพื่อรองรับปัญหาที่เกิดขึ้นมานี้

สำหรับเอเจนซี่ในต่างประเทศนั้นเกิดปัญหามากมาย ตั้งแต่การแข่งขันทางธุรกิจจากการที่กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาและบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ทำ Corporate Solution ต่าง ๆ ต่างไล่ซื้อเอเจนซี่ที่เป็นเอเจนซี่อิสระมือรางวัลหรือมาแรงอย่างมากในโลก แล้วเข้ามาแข่งขันกับเอเจนซี่โฆษณาหรือมีเดียเอเจนซี่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอย่าง Accenture ที่ซื้อเอเจนซี่อย่าง Fjord ซึ่งเป็นบริษัท Interactive Design ระดับโลกเข้าไปอยู่ในมือ หรือ Droga5 บริษัทโฆษณาอิสระอันดับต้น ๆ ของโลกที่ได้รางวัลโฆษณาและครีเอทีฟจาก Cannes เข้าไปรวมอยู่ในบริษัท อีกทั้งบริษัท Deloitte ที่มีบริษัท Digital Agency และบริษัทโฆษณาเป็นของตัวเอง ไปจนถึง IBM บริษัทด้านเทคโนโลยีชื่อดังก็ยังทำเอเจนซี่ที่ลงมาแข่งกับเอเจนซี่ทั่วไปในตอนนี้

Agency

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเอเจนซี่โฆษณายุคเดิมหรือมีเดียเอเจนซี่ต่าง ๆ คือ เมื่อลูกค้าแบรนด์และองค์กรต่าง ๆ อยากจะทำโฆษณาและการตลาด ก็อยากจะได้บริษัทที่มีบริการทุกอย่างจบในตัวและสามารถเข้าใจธุรกิจพร้อม ๆ กับให้คำปรึกษาได้ นอกจากนี้ด้วยความที่ทำงานให้กับบริษัทโฆษณาต่าง ๆ มานาน สิ่งที่เกิดขึ้นคือหลายครั้งคนทำโฆษณาปรับตัวไม่ทันยุคใหม่ ๆ ทำให้งานที่ออกมานั้นไม่ได้ผล เมื่อเทียบกับไปใช้อะไรใหม่ ๆ ที่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงเหมือนพวกบริษัทที่ปรึกษาที่ไล่ซื้อเอเจนซี่ยุคใหม่มาแรงทั้งหลายดีกว่า 

Agency

การที่เอเจนซี่เจอปัญหาจากบริษัทที่ปรึกษาลงมาแข่งในตลาดเดียวกันนั้นยังไม่เท่าในตอนนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือบริษัทผลิตสื่อทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น TV, นิตยสาร หรือหนังสือพิมพ์ รวมถึงเว็บไซต์ต่าง ๆ ต่างก็ปรับตัวลงมาในสนามแข่งของเอเจนซี่โฆษณาและสื่อเช่นกัน เพราะบริษัทสื่อเหล่านี้ในต่างประเทศเกิดการปรับตัวอย่างมากในการที่หนีปัญหายอดโฆษณาตก หรือรายได้ลดลงจากโฆษณานั่นเอง ทำให้บริษัทสื่อต่างเปลี่ยนวิธีการหารายได้มาทำ Original Content หรือ Extended Content ของตัวเอง พร้อมกับสร้างฐานชุมชนของตัวเองไปในตัวเอง ทำให้เมื่อมีโฆษณาก็จะมาลงในสื่อของตัวเอง

Agency

จากในอดีตที่ให้บริษัทโฆษณาทำ แล้วให้มีเดียเอเจนซี่มาซื้อส่วนต่าง ๆ ในสื่อนั้น ๆ เพื่อลงโฆษณา และก็ต้องมาดูด้วยว่าโฆษณาที่จะลงกับสื่อนั้นมีภาพลักษณ์หรือมีอารมณ์ตรงกับสื่อที่ตัวเองทำหรือไม่ จะสร้างประสบการณ์ที่ดีกับผู้อ่านหรือคนที่บริโภคสื่อนั้นหรือไม่ เพื่อที่จะแก้ปัญหานี้บริษัทสื่อในต่างประเทศจะเป็นผู้รับโฆษณาตรงจากลูกค้าตรง โดยมีการคุยร่วมกันว่าลูกค้าหรือแบรนด์ต่าง ๆ อยากได้อะไร แล้วสื่อก็จะไปสร้างชิ้นงานที่เหมาะกับตัวเอง และตอบโจทย์กับลูกค้าขึ้นมาได้อย่างลงตัว ซึ่งด้วยเหตุผลนี้ทำให้บริษัทโฆษณาและมีเดียเอเจนซี่นั้นถูกคู่แข่งอย่างสื่อเองมาบีบอีกต่างหาก

Agency

สุดท้ายด้วยปัญหาระหว่างเอเจนซี่และลูกค้าที่เรื้อรังมานานก็ถึงคราวปะทุ นั่นคือปัญหาเรื่องความไว้ใจกันในการทำงาน ว่าการที่เอเจนซี่คิดงบประมาณการทำงานหรือเอาเงินงบประมาณทางการตลาดนั้นไปใช้มีความโปร่งใสแค่ไหน และได้ผลมากแค่ไหน ประกอบกับในยุคนี้ที่ฝั่งลูกค้าหรือแบรนด์เองต้องการ Data มากมายเข้าไปวิเคราะห์การทำงานของตัวเอง หรือเอา Data เหล่านี้มาใช้เพื่อหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ทำให้จากอดีตที่ลูกค้าและแบรนด์เอางานมาให้เอเจนซี่ทำแล้วไม่ได้ Data อะไรกลับไปเลย ในตอนนี้แบรนด์ต้องการ Data ขึ้นมา ก็ต้องดึงงานต่าง ๆ กลับไปที่บริษัทตัวเอง แล้วตั้ง In-House Agency มารองรับการทำงาน โดยผลกระทบเต็ม ๆ นั้นคือบริษัทมีเดียเอเจนซี่ทั้งหลายที่งานหดหายอย่างทันที กับบริษัท Content Agency ที่แบรนด์เอาเข้าไปทำเอง 

Agency

นอกจากปัญหาเหล่านี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นมาล่าสุดคือ การที่คนรุ่นใหม่ไม่อยากไปทำงานกับ Agency แล้ว เพราะงานเอเจนซี่เป็นงานบริการที่เลือกได้ว่า ลูกค้าอยากได้อะไรก็ต้องทำให้ได้ ทำให้เกิดการทำงานหนักอย่างมากที่ไม่คุ้มต่อการทำงาน ทำให้คนรุ่นใหม่ ๆ ในต่างประเทศหันไปทำงานในองค์กรอย่างแบรนด์ในการเป็น In-house Agency หรือผันตัวไปอยู่ใน Startup จนถึงออกมาทำกิจการของตัวเองอย่างมากมาย ทำให้เอเจนซี่ในตอนนี้ขาดแคลนบุคลากรอย่างมากในการทำงาน ซึ่งปัญหานี้กลายเป็นเรื่องสำคัญของปี 2019 จนต้องเอาขึ้นไปพูดในงาน Cannes Lions เลยทีเดียว 

ทั้งนี้เพื่อที่จะหนีเอาตัวรอดจากภาวะการแข่งขันนี้ให้ได้ ทางออกที่เอเจนซี่ต่างประเทศเลือกทำนั้นมีความน่าสนใจมากๆ ซึ่งเกิดได้ 3 ลักษณะ ดังนี้ 

1. ผันตัวเป็นพี่เลี้ยงและที่ปรึกษา

รูปแบบนี้เกิดขึ้นกับบริษัทมีเดียเอเจนซี่ในต่างประเทศหลายแห่ง เนื่องด้วยการที่ลูกค้าและแบรนด์เอาสื่อไปวางแผนและซื้อเองนั้น ทำให้มีเดียเอเจนซี่เกิดการหดหายของงานอย่างทันที ซึ่งหลาย ๆ เจ้าต้องปิดแผนกลงไป แต่บางเจ้าก็เกิดการปรับตัวขึ้นมา โดยการเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเป็นบริษัทที่ปรึกษา ช่วยลูกค้าในการวางแผน ซื้อสื่อและรวมทั้งวิเคราะห์ความสำเร็จ ทำให้เกิดการเป็น Partner ที่ดีต่อไป

Agency

2. ลงทุนใน Startup หรือสร้าง Technology ของตัวเอง

วิธีนี้เป็นอีกหนทางหนึ่งในการแก้ปัญหาในการแข่งขันด้วยการสร้าง Solution ใหม่ ๆ ให้กับแบรนด์และลูกค้าตัวเอง อย่างเช่น บริษัท R/GA กับ Dentsu Japan ซึ่งเป็นเอเจนซี่ชื่อดังในต่างประเทศ ทำการสร้าง Venture ของตัวเองไปลงทุนใน Startup ต่าง ๆ แล้วเอา Solution ของ Startup เหล่านั้นมาผสมผสานกับงานครีเอทีฟตัวเองในการนำเสนอลูกค้า หรือ W+K เองก็ทำ Technolgy ของตัวเองให้กับลูกค้าอย่างเช่น AI ต่าง ๆ หรืออย่าง Publicis ก็ทำ Platform Media ของตัวเองเพื่อขายลูกค้า โดยทำให้เงินนั้นอยู่กับตัวเองเพิ่มขึ้น

Agency
Agency

3. เป็น Specialist ในงานนั้นมาก ๆ แบบที่ลูกค้าทำเองไม่ได้ พร้อมกับมีทีมที่หลากหลาย

วิธีการนี้คือการที่สุดท้ายแล้วคุณต้องกลายเป็น Specialist ที่เก่งในสายงงานนั้น ๆ และทำงานได้ดีกว่าลูกค้า พร้อมกับประสิทธิภาพและประสิทธิผลภายในตัวเอง รวมทั้งมีทีมที่มีความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย ดังตัวอย่างของ R/GA ที่บอกไป ที่ Creative Director เองจบด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์ทำให้สามารถเขียน AI เองได้และมีความเชี่ยวชาญ AI อย่างสูง หรือ Ogilvy ก็มีผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมมนุษย์และจิตวิทยามนุษย์ในการเข้ามาช่วยทีมในการทำงานด้วย 

ในประเทศไทยตอนนี้เอเจนซี่หลาย ๆ ที่ เริ่มรู้สึกตัวกันแล้วว่า ปัจจุบันงานลดเหลือน้อย ลูกค้าซื้องานยากขึ้น ใช้เงินกับเอเจนซี่น้อยลงเรื่อย ๆ ซึ่งกระแสที่เอเจนซี่จะถูกบีบจากการแข่งขันนั้นจะเริ่มรุนแรงมากขึ้นไปอีก ทางที่ดีของเอเจนซี่ในประเทศไทยต้องรีบปรับตัวโดยเร็วกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ โดยเฉพาะในอนาคตที่ลูกค้าเอางานต่าง ๆ กลับเข้าไปทำในบริษัทของตัวเอง ทำให้เอเจนซี่อาจจะไม่มีงานเหลือขึ้นมา 

สิ่งหนึ่งที่เอเจนซี่ไทยต้องเปลี่ยนอย่างมากคือ การลดอีโก้ของตัวเองลง แล้วเรียนรู้กระแสความเปลี่ยนแปลงของโลก ลดอัตตาความคิดที่จะเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลลง แล้วทำความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงของโลกรอบข้างให้เยอะขึ้น

รวมทั้งต้อง Unlearn ในสิ่งที่เคยรู้มาในอดีต พร้อม ๆ กับการ Relearn อะไรใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในทุกวัน เพื่อที่จะสามารถเข้าใจว่า โอกาสทางธุรกิจในอนาคตของเอเจนซี่จะอยู่ที่ไหน และนี่เองจะทำให้เอเจนซี่ของตัวเองนั้นอยู่รอดได้ต่อไป

ภาพจาก Arek Socha, Pixabay

บทความโดย: คุณฉกาจ ชลายุทธ (MOLEK)
Co-Founder & Visionary at Chaos Theory

บทความที่เราแนะนำ

Related Articles

25 ปี Furby คืนชีพตุ๊กตาขนปุย เจาะแนวคิดการตลาดแห่งความคิดถึง ทำไม Furby ถึงยังไม่หายไปไหน

2023 เป็นช่วงเวลาที่ครบรอบ 25 ปีของการกำเนิด Furby ของเล่นขนปุกปุยหน้าตาคล้ายหนูแฮมสเตอร์ผสมกับนกฮูก ซึ่งครั้งหนึ่ง มันเป็นไอเทมที่เรียกได้ว่า ‘ของมันต้องมี’ เรียกได้ว่าเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว เราจะเห็นคนถือ Furby อยู่เต็มบ้านเต็มเมืองกันไปหมด เป็นกระแส เฟอร์บี้ ฟีเวอร์สุด ๆ

Article | Business

Wall Street : Money Never Sleeps – เกมสร้างคน

ถ้าวันหนึ่งมูลค่าหุ้นของบริษัทตกลงเหลือ 2 ดอลล่าร์ จากที่เคยมีมูลค่าสูงสุดถึง 76 ดอลล่าร์ คุณคิดว่าบริษัทจะรับมือกับสถานการณ์อย่างไร คุณจะได้เห็นความผิดพลาดระดับมหากาพย์นี้จากเรื่อง Wall Street…

Article | May the Quote

“จงกล้าที่จะแตกต่าง” แล้วแตกต่างอย่างไร ให้ประสบความสำเร็จ

“ถ้าแตกต่างก็มักจะถูกต่อต้าน คนส่วนใหญ่จึงเลือกหนทางที่ปลอดภัยกว่า ด้วยการคิดและทำตาม ๆ กัน แต่โลกไม่เคยจำคนที่เดินตามคนอื่น” หนังสือ Originals คำถามคือ “แล้วจะแตกต่างอย่างไร…

Article | Creative/Design