Trending News

Subscribe Now

Sense of control กลไกสำคัญที่ทำให้มนุษย์สามารถดำรงอยู่รอดอย่างมีความสุข

Sense of control กลไกสำคัญที่ทำให้มนุษย์สามารถดำรงอยู่รอดอย่างมีความสุข

Article | Living

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความมหัศจรรย์อย่างมากในการดำรงชีวิต โดยกลไกหนึ่งที่ทำให้มนุษย์สามารถอยู่รอดมาแต่โบราณกาลนั้น คือ กลไกเอาตัวรอดของมนุษย์ และกลไกนี้ทางจิตวิทยาเรียกว่า กลไก Fight or Flee การสู้หรือหนีนั่นเอง กลไกนี้เกิดขึ้นจากสาเหตุหลายประการ แม้กระทั่งทุกวันนี้กลไกนี้ก็ยังทำงานอยู่เพื่อให้มนุษย์เอาตัวรอดจากชีวิตประจำวันได้ และมีความสุขในชีวิตประจำวัน 

กลไก Fight or Flee คืออะไร

กลไก Fight or Flee เกิดขึ้นเมื่อร่างกายและจิตใจเผชิญกับสภาวะอันตรายหรือความไม่มั่นคงต่างๆ กลไกของร่างกายจะเกิดการรับรู้และตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เป็นอันตรายเหล่านั้น หากร่างกายและจิตใจประเมินแล้วว่าสามารถรับมือจัดการได้ หรือไม่กลัวต่อสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า จิตใจและสมองของเราจะเกิดการสั่งงานให้เกิดการสู้อย่างทันที แต่ถ้าเมื่อร่างกายประเมินแล้วไม่สามารถสู้ได้ หรือรับมือกับอันตรายตรงหน้าได้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือร่างกายและจิตใจจะเกิดการตอบสนองให้หนีอย่างทันที โดยปกติกลไกทั้ง 2 นี้จะทำงานอยู่สม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้กลไกยังทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนอย่าง อะดรีนาลีน (Adrenaline) เพื่อให้เกิดการตอบสนองร่างกายที่จะเร่งให้ร่างกายสามารถใช้แรงได้อย่างฉับพลันในการสู้หรือหนีนั้นเอง เมื่อเราจัดการปัญหาต่างๆ หรือสามารถหลีกหนีภัยอันตรายได้แล้ว ร่างกายจะกลับมาเป็นปกติ เราจะรู้สึกปลอดภัย มีความสุข

แต่เมื่อกลไกนี้ทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อร่างกายเจออันตรายที่ไม่ได้เผชิญอย่างปรกติที่เคยเจอในชีวิตประจำวันอย่าง เหตุการณ์การประท้วง สงคราม หรือช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมานี้ ร่างกายจะเกิดความกดดันและหลั่งฮอร์โมน อะดรีนาลีน (Adrenaline) ตลอดเวลา ส่งผลเราไม่สามารถนอนหลับได้ปกติ ซึ่งในทางจิตวิทยาพบว่าอาการเหล่านี้เกิดจากการที่มนุษย์ไม่สามารถรับมือปัญหาตรงหน้าได้หรือไม่สามารถหนีพ้นและยังไม่สามารถประเมินได้ด้วยว่าเราจะจัดการหรือเหตุการณ์นั้นได้เมื่อไหร่จนทำให้เราต้องเผชิญกับความเครียด กระทั่งความผิดปกติทางจิตใจอย่างอาการทางจิตเวช เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล เพื่อให้ที่จะทำให้อารมณ์และจิตใจของมนุษย์กลับมามีความสุขได้ สิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยเราได้อย่างมาก คือการรับรู้ความรู้สึกที่สามารถจัดการปัญหาเหล่านั้นได้ 

Sense of control

หากเราจัดการปัญหาได้จะทำให้จิตใจของมนุษย์มีความมั่นคงเพิ่มมากขึ้น และทำให้ความรู้สึกของมนุษย์นั้นมีความสุขเพิ่มมากขึ้น ด้วยการที่สมองกลับเข้าสู่สมดุลโดยไม่ต้องอยู่ในภาวะ Flee of Fight อยู่ตลอดเวลา ซึ่งนักจิตวิทยาบำบัดแนะนำการปรับตัวให้เริ่มจัดการอะไรง่ายๆ หรือควบคุมในสิ่งที่ควบคุมได้ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในช่วงนี้คือ ผู้คนซื้อต้นไม้มาปลูกมากขึ้น เพราะการปลูกต้นไม้ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองสามารถควบคุม ดูแล และจัดการการเจริญเติบโตของต้นไม้ได้และส่งผลไปยังจิตใจการมีสมาธิเพิ่มขึ้น หรือการทำอาหารที่เราสามารถจัดการทำอาหารตามเวลา ปรุงรสชาติตามที่ต้องการ ซึ่งพฤติกรรมการเรียนรู้ของมนุษย์ที่จัดการ ควบคุมและดูแลได้เป็นบ่อเกิดของความสุข กระทั่งการนั่งสมาธิที่เป็นกิจกรรมง่ายๆ ก็สร้างความสุขให้เราได้เช่นกัน เพราะจิตใจของเราจะจดจ่อกับการกำหนดลมหายใจเข้า-ออก 

ทั้งนี้ถ้าเรานำกลไก Sense of control มาปรับใช้ในทางธุรกิจหรือการตลาดก็สามารถสร้างความสุขให้กับลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายได้ ด้วยการขจัดความไม่แน่นอนในการสื่อสาร เช่น Customer Service support ที่ต้องสร้างความไว้วางใจหรือแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่เมื่อลูกค้านำสินค้ามาส่งซ่อมหรือเปลี่ยนสินค้า อย่างการอัปเดตสถานการณ์ซ่อมแซมของสินค้าหรือมีช่องทางติดต่อ หรือแม้แต่การออกแบบบริการสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ การทำให้ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายรู้สึกว่ามีทางเลือก ตัวเองสามารถควบคุมสินค้าได้ อย่างแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ IKEA ที่จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ให้ผู้ซื้อประกอบสินค้าเอง โดยมีคู่มือที่มีภาพประกอบและคำอธิบายให้

กลไกนี้เป็นการทำความเข้าใจถึงจิตใจและการตอบสนองทางอารมณ์ทางจิตวิทยาของคน นักการตลาดหรือผู้ที่ออกแบบผลิตภัณฑ์สามารถปรับใช้กับสร้างสินค้าและรูปแบบการบริการที่จะทำให้คนกลายเป็นกลุ่มลูกค้าที่เหนียวแน่นของแบรนด์

เรื่อง : ฉกาจ ชลายุทธ Co-Founder Visionary Chaos Theory
ภาพ : สุธาทิพย์ อุปสุข

Related Articles

รักเกิดขึ้นที่สมองหรือหัวใจ และจุดกำเนิดสัญลักษณ์รูปหัวใจ

จุดกำเนิดที่พูดเรื่องความรักไม่ใช่ว่าอินเลิฟแต่อย่างใด แต่ได้รับหนังสือจากน้องคนหนึ่งชื่อ น้องส้ม ศรีตลา ชาญวิเศษ เขียนหนังสือที่ชื่อว่า Love never Fail ไม่มีความรักครั้งไหนที่สูญเปล่า…

Creative/Design | Morning Call | Podcast

5 เคล็ดลับเอาตัวรอดของคน Extroverts ในวันที่กำลังจะเฉาตายจาก Work From Home

LET ME OUT!! ปล่อยฉันออกไปนะ!! นี่คงจะเป็นเสียงกรีดร้องในใจของคน Extroverts หลายคนเมื่อต้อง Work From Home เมื่อพูดถึงเรื่องการทำงานที่บ้านหรือการทำงานแบบ…

Article | Living

เมื่อโรคระบาดยังไม่หายไป มาตรการความปลอดภัยจึงต้องคงอยู่? ชวนสำรวจการใช้ Big Data ไต้หวัน

‘สแกนก่อนเข้ารับบริการด้วยครับ’ หรือ ‘ช่วยลงชื่อตรงนี้ก่อนเดินเข้าไปด้วยค่ะ’  ประโยคทักทายที่หลายคนได้ยินค่อนข้างบ่อยในช่วงนี้  ยิ่งสถานการณ์ตอนเดินห้างสรรพสินค้าเห็นภาพได้อย่างชัดเจน ไม่ว่ากินข้าวตามร้านอาหาร เข้าไปทำธุรกรรมที่ธนาคาร หรือซื้อข้าวของเครื่องใช้ในซูเปอร์มาร์เก็ต มือของเราจะเป็นระวิงเพราะต้องคอยใส่ข้อมูลส่วนตัวเข้าออกทุกที่ที่ไป บนเว็บ…

Article | Technology