Trending News

Subscribe Now

ไม่ใช่แค่ใหม่ล้ำแต่ต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ว่าด้วยโลกของนักออกแบบยุค 2020

ไม่ใช่แค่ใหม่ล้ำแต่ต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ว่าด้วยโลกของนักออกแบบยุค 2020

Article | Creative/Design

“ผมรู้สึกว่าต้องไถ่โทษไปชั่วชีวิต” 

Aza Raskin เอ่ยขึ้นในสารคดี Abstract เขาคือผู้ออกแบบและคิดค้นสิ่งที่เรียกว่า Bottomless Scroll สิ่งประดิษฐ์ที่ทำให้เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันสามารถเลื่อนลงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด สิ่งประดิษฐ์นี้ทำให้ความเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อพฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต มือถือ และเว็บไซต์มากมาย ด้วยผลกระทบที่เกิดขึ้น

Aza Raskin รู้สึกผิดและทบทวนกับตัวเองว่า เป็นเพราะตนเองคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่ทำให้มนุษย์ใช้เวลาอย่างเปล่าประโยชน์ไปเรื่อย ๆ หลายล้านชั่วโมงต่อการใช้ Bottomless Scroll ที่ไม่สิ้นสุด

เขาทิ้งท้ายไว้ในสารคดีนี้ไว้ว่า ในยุคนี้ไม่เพียงพอแล้วที่ดีไซเนอร์ หรือนักประดิษฐ์จะคิดค้นอะไรก็ตามขึ้นมาเพื่อตอบสนองตัวเอง หรือเพื่อกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง แต่พวกเขาต้องเริ่มคิดถึงผลกระทบที่ตามมาในการสร้างสิ่งประดิษฐ์นี้ออกมา นี้คือเรื่องราวของบทความนี้ที่ผมจะเล่าว่า ในยุคสมัยที่ทุกอย่างมุ่งไปสู่อนาคตอย่างรวดเร็ว การไม่สร้างสิ่งประดิษฐ์ออกมา อาจจะดีกว่าการคิดค้นขึ้นมา 

Sir Tim Bernurs-Lee ผู้คิดค้นอินเทอร์เน็ต ตอนแรกเขาสร้างเพื่อหวังว่าโลกจะสามารถเชื่อมต่อกันได้ ทำให้ชีวิตของมนุษยชาติดีขึ้น แต่ทุกวันนี้เขากลับเสียใจที่คิดค้นระบบอินเทอร์เน็ตนี้ขึ้นมา เพราะสุดท้ายแล้วกลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกนำมาใช้ในทางที่ผิด ๆ บางกลุ่มคนใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อความเกลียดชัง ส่งผลให้ผู้คนมีอาการซึมเศร้าเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก และยังเผยแพร่ข้อมูลที่ผิด ๆ โดย Sir Tim Bernurs-Lee พยายามแก้ไขความผิดพลาดนี้ด้วยการนำเสนอการออกแบบอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ที่ดีขึ้น และเป็นประโยชน์มากขึ้นกว่าเดิม โดยเขาเห็นถึงปัญหาของข้อมูลในอินเทอร์เน็ตถูกบิดเบือนโดยความสามารถของ AI รวมไปถึงปัญหาการนำข้อมูลส่วนตัวไว้กับแต่ละเว็บ ซึ่งมีโอกาสที่ข้อมูลจะรั่วไหลสูง เขาตัดสินใจพัฒนาโครงการ Solid พื้นที่สำหรับเก็บข้อมูลทั้งหมด ที่เมื่อเชื่อมต่อกับแต่ละเว็บ แอปพลิเคชันต่างๆ จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของเราได้โดยทันที ต้องมีการกดอนุญาตก่อน Sir Tim Bernurs-Lee ทิ้งท้ายว่าเขาจะทุ่มเทกับโครงการที่ว่านี้อย่างจริงจังและเปิดบริษัทใหม่ Inrupt เพื่อรับผิดชอบโครงการนี้ 

และไม่ใช่เพียง 2 คนที่ผมเล่าไปข้างต้นที่มีความรู้สึกเสียใจกับผลงานที่ทำออกมา ซึ่งในอดีตก็มีอย่าง Albert Einstein ที่ช่วยคิดค้นโครงการแมนฮัตตัน (Manhattan Engineering District) จนสร้างอาวุธระเบิดนิวเคลียร์ออกมา ทั้ง ๆ ที่เขามองว่าพลังงานนิวเคลียร์นั้นมีประโยชน์อย่างมาก แต่ถูกนำไปเป็นอาวุธทำลายล้างประชาชนแทน กระทั่งปัจจุบันที่ผู้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์หลายๆ คน เริ่มเสียใจ ออกมาเตือนนักประดิษฐ์ นักนวัตกรรม นักเทคโนโลยี และดีไซเนอร์ถึงการกระทำของตัวเอง และอย่าเดินรอยตามการสร้างสิ่งที่อาจจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด หรือถ้าสร้างออกมาแล้วมีโอกาสจะถูกนำไปใช้ในทางที่ทำให้สังคมแย่ลงแล้ว ก็อย่างทำเลยออกมาดีกว่า 

เทคโนโลยีในปัจจุบันกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ความสำคัญและมีอิทธิพลต่อสังคมมนุษย์ สร้างความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่พฤติกรรมส่วนบุคคลจนถึงสังคมของมนุษย์ที่ผ่านมา ทั้งนี้การใช้เทคโนโลยีเสมือนดาบสองคม เมื่อนำไปใช้ในทางที่ผิด ๆ หรือไม่ได้ตระหนักถึงผลที่ตามมา ก็สามารถเกิดหายนะได้เช่นเดียวกับคำพูดที่ว่า Internet make stupid people famous ตั้งแต่ที่เราเห็นคนต่อต้านเรื่องสภาวะโลกร้อน ต่อต้านการฉีดวัคซีนในเด็ก จนถึงกลุ่มคนที่ยังเชื่อว่าโลกแบน แต่สิ่งเลวร้ายที่สุดคือ การเชื่อข้อมูลข่าวสารปลอม (Fake news) ไม่ว่าจะเป็น น้ำมะนาวรักษามะเร็ง ไม่เพียงแต่ระดับจุลภาคนี้เท่านั้น แต่ในระดับนานาชาติเองก็ได้รับผลกระทบจากข้อมูลข่าวสารปลอมอย่างการเลือกตั้งในอเมริกาเมื่อปลายปี 2016 หรือการทำประชาพิจารณ์ Brexit ที่มีข้อกล่าวหาในการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างข้อมูลข่าวสารปลอม จนถึงการนำเทคโนโลยีที่มีประโยชน์เหล่านี้อย่าง AI สร้างอาวุธสังหารเป้าหมายในแวดวงทหาร ทำให้หลายคนเป็นห่วงว่าการมุ่งพัฒนาและสร้างเทคโนโลยีที่เป็นอยู่จะนำสังคมโลกไปสู่การเป็นสังคมโลกแบบดิสโทเปีย (Dystopia) หรือไม่

ผมได้มีโอกาสเข้าไปร่วมงาน SXSW (The South by Southwest) เมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา  ภายในงานมีประเด็นเรื่องการดีไซน์สิ่งต่าง ๆ ของยุคปัจจุบัน ว่ามีผลกระทบต่อคนอย่างไร ทั้งทางบวกและลบ เพราะจากการที่เราได้เห็นสิ่งประดิษฐ์ออกมาอย่างมากมายในทุกวันนี้แล้ว มีบางสิ่งประดิษฐ์ถูกนำมาใช้ในทางที่ผิดหรือรัฐเอามาใช้ในการคุกคามประชาชน ทำให้นักเทคโนโลยีทั้งหลายต้องออกมาเตือนว่า ยุคนี้คุณจะดีไซน์เพื่อกลุ่มเป้าหมายของคุณเพียงอย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องตระหนักว่า ถ้ามีคนเอาเทคโนโลยีหรือสิ่งประดิษฐ์ของคุณไปใช้ในทางที่ผิดจะทำอย่างไร แล้วคุณจะดีไซน์เพิ่มเติมเพื่อป้องกันเหตุการณ์เหล่านี้ได้หรือไม่ หรือคุณครุ่นคิดไหมว่าสิ่งประดิษฐ์ของคุณจะมีผลกระทบต่อผู้ที่ไม่ได้ใช้งานสิ่งประดิษฐ์ของคุณออกหรือไม่ ซึ่งทำให้นักออกแบบในงานนั้นต่างเริ่มแนะนำให้คิดถึงตัวอย่างที่ทำออกมาเตือนในยุคนี้ อย่าง Social Credit Score ของจีนที่ควบคุมประชาชนจนเบ็ดเสร็จ สอดส่องพฤติกรรมของประชาชน โดยรัฐบาลจะประเมินผลความน่าไว้วางใจทางสังคมจากการใช้ชีวิต ซื้อสินค้า พฤติกรรมทางสังคม รวมไปถึงเรื่องทางการเมือง หากจะเล่าให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น Social Credit Score มีความคล้ายคลึงเช่นเดียวกับซีรีส์ Black Mirror Season 3 EP.1 Nosedive  ซึ่งสิ่งประดิษฐ์นี้ทำให้เห็นผลกระทบที่นำพาสังคมโลกไปสู่ยุคดิสโทเปีย (Dystopia) 

[อ่านเพิ่มเกี่ยวกับ Social Credit Score ของจีน ได้ในบทความ : สรุป 4 เทรนด์ของจีนที่จะเกิดขึ้นในปี 2019 จาก China Internet Report]

เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นเดียวกับซีรีส์เกิดขึ้น ในงาน SXSW (The South by Southwest) มีนำเสนอการออกแบบที่เรียกว่า Speculation Design เพื่อให้นักพัฒนา และนักออกแบบได้เรียนรู้ในการใช้งานว่า คุณจะออกแบบอย่างไรที่ต้องคำนึงถึงว่าสิ่งที่ออกแบบหรือสร้างขึ้นมาจะไม่มีผลกระทบในทางลบ หรือสร้างความเลวร้ายในอนาคต เมื่อเริ่มออกแบบคุณต้องตระหนักถึงการใช้งานต่าง ๆ ของสิ่งที่ออกแบบ โดยอิงกับรูปแบบสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งดีและไม่ดี พร้อมกับคาดการณ์ผลของการออกแบบว่าจะเป็นอย่างไรต่ออนาคตในแต่ละสถานการณ์ การออกแบบโดยคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้นักออกแบบสามารถรู้ได้ว่า ผลงานนั้นจะมีผลอย่างไรในอนาคต หรือสมควรที่จะเผยแพร่ออกมาสู่โลกภายนอกไหม

นอกจากการทำ Speculative Design ในงาน SXSW แล้ว ยังมีการพูดถึง Abusive Test Design ที่ลองนำงานที่ออกแบบไปทดลองการใช้งานในทางที่เลวร้าย และเช็กว่าผลงานที่ออกแบบนี้เอาไปใช้ป้องกันในทางที่ผิดได้ไหม ซึ่งวิธีคิดนี้ขัดกับหลักการ UX/UI อย่างมากที่ต้องสร้างและออกแบบสิ่งต่าง ๆ ให้ใช้งานง่าย แต่ Abusive Test Design คือ การสร้างความลำบากต่อการใช้งานบางอย่าง เพื่อไม่ให้ผู้ใช้เอาไปใช้ในทางที่ผิด การออกแบบบรรจุภัณฑ์ยาไทลินอล (Tylenol) คือ เคสหนึ่งที่ต่างประเทศหยิบยกขึ้นมาบ่อยครั้ง คือ โดยคุณสมบัติของยาไทลินอลสามารถเป็นยาอันตรายได้ หากบริโภคเกินกำหนด จึงมีกลุ่มคนที่คิดจะฆ่าตัวตายชอบใช้ยานี้เป็นทางเลือกหนึ่ง และโดยปรกติแล้วยาลักษณะนี้จะถูกออกแบบมาเป็นแบบกระป๋องยา มีฝาเกลียวครอบปิด ด้วยรูปทรงของบรรจุภัณฑ์และการเปิดที่สะดวกต่อการใช้ง่าย เพียงเปิดกระป๋องแล้วตะแคงกลุ่มคนที่คิดฆ่าตัวตายก็สามารถกรอกยาเข้าไปได้หลายเม็ดอย่างทันที เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจึงมีการทำ Abusive Test Design ทำให้การออกแบบบรรจุภัณฑ์ยาไทลินอลเปลี่ยนไปด้วยการออกแบบเป็นแผงยาที่ทำจากวัสดุที่ยืดหยุ่นและเหนียวเพื่อให้ฉีกยากขึ้น และมีจำนวนไม่กี่เม็ดต่อหนึ่งแผงเท่านั้น ผลของการออกแบบนั้น ทำให้คนใช้ยายากขึ้นในการฆ่าตัวตาย ขณะเดียวกันก็มีมีเวลาการฉุกคิด ไตร่ตรองการกระทำของตัวเองทำให้สามารถลดอัตราการฆ่าตัวตายอย่างเห็นได้ชัดอย่างทันที

ผมคิดว่า ในยุคนี้คนที่คิดค้นอะไรได้ขึ้นมานั้นต้องเริ่มคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำได้เป็นสิ่งที่สมควรทำหรือไม่ และต้องลบล้างความเชื่อเดิม ๆ ว่า เพราะฉันมีความสามารถค้นคิดค้นและทำได้ ฉันจึงทำ เพราะไม่เช่นนั้นสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้น แทนที่จะมีประโยชน์ต่อคนอื่น สิ่งนั้นก็สามารถเปลี่ยนแปลงกลายเป็นโทษได้อย่างทันที และแน่นอนว่า หากคุณยังยึดติดกับความเชื่อเดิมคุณจะต้องอยู่กับความเสียใจไปตลอดเมื่อสิ่งที่สร้างขึ้นมาถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด

บทความโดย: Molek

ภาพ: ดวงพร วิริยา

Related Articles

ทำความรู้จัก 4 เหรียญ Cryptocurrency ของไทยที่มาแรงที่สุดในตอนนี้

Cryptocurrency สัญชาติไทยแท้กันว่า มีเหรียญใดกันบ้างที่น่าสนใจและใครเป็นเจ้าของเหรียญในโลกใบนี้บ้าง ตามมาดูกันได้เลย

Article | Technology

คุยเรื่องยากกับหัวหน้า ด้วยเทคนิค C.O.I.N.S Feedback

ในชีวิตจริงของการทำงาน หลายคนได้ทำทั้งงานที่ชอบและงานที่ไม่ชอบ บางคนได้รับมอบหมายให้ทำในสิ่งที่ไม่ถนัด อาจเพราะบริษัทกำลังเติบโต กำลังไปได้ดี ช่วงนี้มีงานเข้ามาเยอะ ราวกับคลื่นยักษ์ที่กำลังถาโถม ซัดความหักโหมเข้าหาทีม จนเกิดเป็นสภาวะ ‘Work…

Article

อนุพงษ์ อัศวโภคิน “อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ต้องเรียนรู้ที่จะเป็น Entrepreneur ในองค์กร”

“ถ้าคุณไม่สามารถเป็น Entrepreneur ในองค์กรได้ คุณไม่มีทางที่จะออกมาเป็นเจ้าของธุรกิจเองได้เลย” แนวคิดแห่งความสำเร็จของ คุณอนุพงษ์ อัศวโภคิน รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอพี…

Article | Entrepreneur