Trending News

Subscribe Now

Booksberry ร้านหนังสือที่สร้างสะพานแห่งการอ่านให้เติบโตไปพร้อมกับนักอ่าน

Booksberry ร้านหนังสือที่สร้างสะพานแห่งการอ่านให้เติบโตไปพร้อมกับนักอ่าน

Article | Living

บ้านเลขที่ 30/4 ซอยสันทัต ถนนเศรษฐสิริ คือสถานที่ตั้งของร้านหนังสือสำหรับเด็กและเยาวชน Booksberry บ้านสีโอรสขนาดสองชั้น ประดับบานหน้าต่างไม้สีฟ้าชวนสะดุดตาภายในบ้านอัดแน่นไปด้วยหนังสือภาพ วรรณกรรม เรื่องสั้น นวนิยายทั้งไทยและต่างประเทศ ที่เรียงรายอยู่บนชั้นและบนโต๊ะของร้านชวนให้เราหยิบขึ้นมาลองเปิดอ่าน โดยสัดส่วนของหนังสือภายในร้าน 90% เป็นหนังสือเด็กและเยาวชน และอีกราวๆ 10% เป็นหนังสือสำหรับคนทั่วไป หลังจากที่เรายืนสำรวจภายนอกของร้านแล้ว คุณมิ้น-โสภณา เตริยาภิรมย์ ผู้ก่อตั้งร้าน Booksberry เชื้อเชิญให้เราเข้าไปนั่งสนทนาภายในบ้าน

Booksberry
คุณมิ้น-โสภณา เตริยาภิรมย์ ผู้ก่อตั้งร้าน Booksberry

“เราคิดว่าอยากที่สร้างสภาวะที่เรามีความสุขขึ้นมาเอง แล้วเราทำอะไรกับชีวิตได้บ้าง เราก็มาดูจุดแข็งของตัวเองมามีจุดเด่นอะไร”

คุณมิ้นเริ่มบทสนทนาถึงจุดเริ่มต้นของ Booksberry เธอพาเราย้อนไปเมื่อ 8-9 ปี ก่อนหน้านี้ ว่าก่อนจะเป็นหน้าร้านหรือบ้านที่เรานั่งอยู่ขณะนี้ ร้านหนังสือแห่งนี้เปิดออนไลน์มาก่อน โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากการสังเกตตัวเองว่ามีจุดแข็งอะไร คุณมิ้นค้นพบว่าตัวเอง มีความสนใจเรื่องการค้าขาย ทักษะการอธิบาย รวมถึงพูดคุยกับผู้คนจากที่เคยทำงานงานขายโฆษณามาก่อน และชีวิตประจวบเหมาะตอนนั้นที่เธอมีลูก ซึ่งเป็นช่วงที่ให้ลูกเริ่มพูดสองภาษา เมื่อต้องหาหนังสือให้ลูกจึงเป็นการจุดประกายให้เธอตัดสินใจเปิดร้าน  

Booksberry

“เมื่อสิบปีที่แล้วหนังสือนิทานแปลในไทยยังมีไม่เยอะมาก เราเองในฐานะที่เป็นนักอ่านเวลาที่อยากอ่านก็ต้องรอทางสำนักพิมพ์ 5-6 ปี เลยถึงจะมีเล่มใหม่ๆ ออกมา ส่วนหนังสือนิทานภาพเองจากต่างประเทศก็มีน้อยมากในบ้านเรา” 

อย่างที่เล่าไปว่า ลูกคือส่วนหนึ่งที่จุดประกายให้เกิดร้านหนังสือนี้ขึ้น แต่คุณมิ้นก็เสริมว่า ด้วยช่องว่างทางการตลาดนี้เป็นโอกาสที่เธอมองเห็นว่า ถ้าเรานำเข้าหนังสือภาพจากต่างประเทศเข้ามา หนังสือเหล่านี้ก็สามารถขายได้ โดยกลุ่มลูกค้าหลักเมื่อตอนขายออนไลน์ คือพ่อแม่ที่จะซื้อไปให้ลูกอ่าน 

แต่ถ้าแบ่งเป็นประเภทคุณมิ้นเล่าว่ามีกลุ่มลูกค้าหลากหลายแนว และมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันออกไป อย่างกลุ่มพ่อแม่ที่เพิ่งเริ่มอ่านหนังสือให้ลูกฟัง คือลูกค้าใหม่เขาจะศึกษาหาข้อมูลมาแล้วหรือมีเล่มในใจอยู่แล้ว เช่น ถ้าลูกอ่านหนังสือของ Eric Carle อยู่แล้ว เขาก็จะซื้อแต่นักเขียนคนนี้เพียงอย่างเดียว ไม่ได้ต้องการอ่านหนังสือของนักเขียนหรืองานแบบอื่นๆ เช่นเดียวกัน หากลูกชอบแมว รถ สัตว์ประหลาด กลุ่มลูกค้านี้ก็จะซื้อแต่หนังสือแบบนี้ ซึ่งด้วยวัยของลูกที่ยังเล็กประมาณช่วงเด็กประถมเป็นวัยที่ถูกใจหนังสือค่อนข้างยาก กลุ่มลูกค้าใหม่นี้จึงไม่อยากต้องเลือกซื้อหนังสือจำนวนมาก แต่คุณมิ้นก็แชร์ว่า กลุ่มลูกค้านี้มีโอกาสที่พลาดหนังสือที่ดีเหมาะสมกับวัยของลูก โดยมีฟีดแบ็กที่ได้รับว่า ทำไมเขาไม่เคยเห็นเล่มนี้มาก่อนหรือมาเจอเล่มนี้เมื่อตอนลูกโตแล้ว ส่วนอีกลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งเรียกว่า เข้าวงการมานานแล้ว อ่านหนังสือเด็กมาเยอะ 

Booksberry

“กลุ่มนี้เขาจะรู้จักหนังสือและนักเขียนดีอยู่แล้ว หลักๆ เขาก็จะซื้อแต่หนังสือออกใหม่ที่มีคุณภาพ แม้ว่าราคาแพงเขาก็ไม่สน เพราะว่าเขาไม่ได้ซื้อหนังสือที่ปริมาณเยอะ ฉะนั้นสิ่งที่เขาต้องการ คือ หนังสือใหม่ เนื้อหา ความแปลกใหม่ โดยส่วนใหญ่ต้องการความคิดสร้างสรรค์”

อีกหนึ่งความสงสัยที่เราตัดสินใจถามคุณมิ้นต่อคือ แวบแรกที่เราเข้ามาภายในร้านนั้น เมื่อกวาดตาเร็วๆ หนังสือส่วนใหญ่มักนำเข้าจากต่างประเทศ แต่ก็ยังมีหนังสือภาษาไทยแซมอยู่บ้าง เราจึงชวนคุณมิ้นคุยต่อถึงเรื่องการคัดเลือกหนังสือ การบริหารร้าน 

“เราต้องบอกก่อนว่า ร้านหนังสือที่อยู่ได้ด้วยหนังสือเด็กภาษาไทยล้วนๆ เนี่ย มีจำนวนน้อย เพราะว่าหนังสือไทยได้เปอร์เซ็นต์ส่วนลดอยู่ที่ประมาณ 25% ถ้าซื้อขาดก็จะเยอะกว่านั้นนิดหน่อยแล้วก็ราคาต่อปกนี้ต่ำ โดยส่วนตัวเราคิดว่าใครที่เริ่มต้นจากหนังสือไทยมักจะไปรอดยาก เราคิดว่าจะเริ่มจากหนังสือเด็กไม่ได้ ต้องไปเริ่มจากพวกหนังสือที่ราคาปกสูงกว่า อย่างหนังสือภาษาอังกฤษมีราคาต่อปกสูงกว่า ถึงแม้ว่ารวมค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายต่างๆ เรียบร้อยแล้วยังได้กำไรต่อเล่มสูงกว่าที่หนังสือไทยได้ เพราะฉะนั้นเราอยู่ด้วยความชอบส่วนตัวเพียงอย่างเดียวไม่ได้เราก็ต้องบริหารจัดการคัดเลือกหนังสือในสัดส่วนที่ทำให้ร้านไปต่อได้ ส่วนหนังสือภาษาไทยเราก็ต้องมีเพราะว่าก็จะมีลูกค้าที่อยากอ่านหนังสือไทยด้วยเราก็ต้องมีบริการให้ครบ” 

Booksberry

นอกจากเรื่องของตัวเลขแล้ว สิ่งหนึ่งที่คุณมิ้นขายหนังสือภาษาไทยเพราะหนังสือบางเล่มอย่าง นิทานข้างถนนของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ เป็นหนังสือที่เสมือนทอดสะพานไปสู่หนังสือเล่มอื่นๆ ให้กับเยาวชน 

“สิ่งนี้เป็นส่วนสำคัญเลยนะ พอเราขายหนังสือเด็กมาถึงวันหนึ่งมีลูกค้าบางส่วนที่เมื่อเติบโตแล้วเขาหายไป เราก็ตั้งคำถามเพราะอะไร จนกระทั่งมีลูกค้าคนหนึ่งเขามาปรึกษาว่าช่วยเลือกหนังสือให้ลูกเขาหน่อย ลูกเขาเป็นเด็กที่ไม่สามารถอ่านหนังสือได้ตามอายุ และเรียนอยู่นานาชาติ เราก็เลยไปค้นข้อมูล เหมือนทำวิจัยพร้อมกับขายหนังสือไปด้วย โดยใช้เวลาราวๆ สองอาทิตย์กว่าเราจะได้ลิสต์หนังสือมาคุยกับลูกค้า”

จากเคสของลูกค้าดังกล่าวทำให้คุณมิ้นหันมาสำรวจและทำข้อมูลเรื่องวัยกับการเลือกหนังสืออ่าน อย่างลูกที่เรียนโรงเรียนไทยสองภาษาก็มีปัญหานี้เช่นเดียวกัน เธอสังเกตว่า ถึงแม้ว่าลูกจะเริ่มอ่าน สะกดคำได้แต่พอถึงวัยหนึ่งที่ควรจะอ่านวรรณกรรมได้ก็กลับอ่านไม่ได้ 

“เราเริ่มต้นด้วยลิสต์หนังสือที่จะทำให้เด็กอ่านหนังสือได้ ซึ่งสิ่งนี้เป็นความรู้ที่ไม่เคยมีร้านหนังสือไหนที่เก็บความรู้นี้มาก่อน แล้วไม่เคยมีใครอธิบายกับเราเลยก็เลยเริ่มทำบทความ เลือกหนังสือมา 30 เล่มที่เด็กกลุ่มนี้อ่าน ซึ่งเป็นจำนวนที่เยอะมากเลย” 

หลังจากการทำข้อมูล คุณมิ้นยังทดลองการขายหนังสือตามลิสต์ ปรากฏว่าลูกค้าจำนวนหนึ่งบอกฟีดแบ็กปากต่อปากว่า มาร้าน Booksberry สิ ลูกสามารถอ่านหนังสือได้แล้วเขาก็ชอบหนังสือเล่มนั้นจริงๆ จากที่ไม่ชอบก็กลายเป็นว่าหยิบหนังสือมาอ่านด้วยความสนุก อีกทั้งยังเริ่มอ่านหนังสือภาษาอังกฤษได้ เสมือนเล่มแรกที่เริ่มอ่านเป็นสะพานสู่เล่มต่อๆ ไป 

Booksberry

“บางทีเราขายหนังสือเล่มหนึ่งเพื่อให้ไปต่อที่อีกเล่มหนึ่ง เราไม่สามารถทำธุรกิจนี้โดยดูแต่ราคาปกหรือขายเฉพาะของที่มีกำไรได้ สิ่งหนึ่งเราต้องสร้างคนอ่านให้อ่านได้ต่อเนื่อง รวมถึงต้องให้คนอ่านเขารู้คุณค่าของสิ่งที่เขาอ่าน ควบคู่ไปพร้อมๆ กัน”

หลายคนอาจจะยังนึกภาพไม่ออกว่า แล้วเด็กแต่ละวัยเขาอ่านหนังสือแบบไหนกัน ? คุณมิ้นอธิบายการเลือกหนังสือของเด็กแต่ละช่วงวัยโดยแบ่งออกเป็น 

Booksberry

ช่วงแรกเกิดถึง 3 ขวบ เด็กวัยนี้จะสะสมคลังคำศัพท์ ความรู้รอบตัว หนังสือที่อยากแนะนำคือหนังสือภาพ เพราะว่าภาพสามารถเล่าเรื่องได้ เด็กจะเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่ได้ยินกับภาพ แล้วเขาก็จะสะสมความหมายได้เรื่อยๆ แต่เด็กก็ไม่ได้สะสมแค่คำศัพท์ เขามีสะสมอย่างอื่นด้วยอย่างตรรกะ เช่น หนังสือภาพเล่มหนึ่งเปิดมาหน้าแรกมีสัตว์ครบทุกตัว ถัดมาอีกหน้ามีสัตว์บางตัวหายไป เด็กจะฝึกสังเกตว่ามีสัตว์หาย ฟังก์ชั่นของหนังสือคือเล่นกับความจำและความฉลาดของเด็กว่าสัตว์ตัวอะไรหายไป

“วัย 5 ขวบขึ้นไปเด็กเขาจะเปลี่ยนแนวการอ่านเป็นซับซ้อนขึ้น ชอบผจญภัยแล้วก็สนใจพวกวัฒนธรรมอย่างนิทานพื้นบ้าน ส่วน 7 ขวบเป็นวัยที่เด็กเริ่มอ่านได้แล้วพ่อแม่ก็ต้องช่วยดู เลือกหนังสือ เช่นอ่านหนังสือวรรณกรรมให้เด็กฟัง เด็กจะได้คุ้นเคยกับวรรณกรรม หรือเลือกหนังสือง่ายๆ ที่เด็กอ่านได้ แล้วพอถึงวัย 10 ขวบขึ้นไป จะเป็นวัยที่เขาพร้อมที่จะอ่านหนังสือด้วยตัวเขาเอง ช่วงนี้เด็กจะเริ่มเลือกหนังสือเองได้ ฉะนั้นสิ่งที่เด็กวัยนี้นอกจากอ่านแล้วเขายังวิเคราะห์ได้

Booksberry

“ปัญหาของไทยเราเลยที่กระทบการอ่านคือ เราไปเลี้ยงเด็กไว้ให้เป็นเด็กไว้ตลอดไม่ให้พัฒนาตามอายุที่ควรจะเป็น อย่างที่เล่าไปว่าเมื่ออายุ 5 ขวบ เด็กควรจะอ่านหนังสือที่ซับซ้อนขึ้น เช่น ผจญภัยหรือเนื้อเรื่องให้แง่คิด เช่นเรื่องคนเลวหลอกลวงคนดีแล้วการวิเคราะห์เป็นยังไงบ้าง พ่อแม่หลายคนคิดว่าเนื้อเรื่องพวกนี้จะยากไปลูกไม่เข้าใจเดี๋ยวอ่านแล้วไม่สนุก ก็จะให้เด็กอ่านหนังสือง่ายแล้วมาบ่นกับเราว่าลูกไม่อยากอ่านหนังสือแล้วลูกเบื่อ นั่นเพราะว่าคุณเลือกสิ่งที่เล็กกว่าอายุให้ลูก”

คุณมิ้นเสริมต่อว่า การอ่านควรเป็นสิ่งที่ปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก รวมถึงการเลือกหนังสือเองก็ควรเป็นไปตามวัย ถ้าพ่อแม่เลือกหนังสือที่สอนอย่างตรงไปตรงมาเพียงอย่างเดียวอย่าง สอนเด็กให้มีวินัย สอนเด็กไม่ให้โกรธ กลุ่มเด็กที่อ่านแต่หนังสือลักษณะเช่นนี้ก็จะกลายเป็นเด็กที่รับแต่ข้อความสอนตรงๆ ขาดการวิเคราะห์ ไม่มีความคิดในแบบของตัวเอง 

เมื่อมีกลุ่มลูกค้า รวมถึงแนวทางในการทำร้านหนังสือของตัวเองแล้ว คุณมิ้นจึงตัดสินใจเปิดหน้าร้าน เพราะต้องการหมุนเวียนสต็อกหนังสือและไม่ต้องการซื้อขาดเพียงอย่างเดียว แม้จะมีประสบการณ์กับขายออนไลน์มาพอตัวแล้ว แต่คุณมิ้นก็บอกว่ายังต้องปรับตัวกับปัญหาหลักๆ สองข้อด้วยกัน หนึ่ง ร้านต้องอยู่ได้ด้วยยอดขายของตัวเอง เพราะค่าเช่าร้านมีค่าใช้จ่ายที่สูง และสองเมื่อทำรับฝากขายหนังสือแล้วสิ่งที่ยุ่งยากและกินเวลาสามถึงสี่วันคือ การทำบัญชีฝากสต็อกหนังสือ นับยอดหนังสือคงเหลือว่าตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ หากหนังสือหายไปก็ต้องตรวจสอบว่า ขายได้หรือสูญหาย 

คุณมิ้นทิ้งท้ายถึงสิ่งที่ตัวเองอยากทำของร้าน Booksberry ว่าต้องการจัดกิจกรรมให้กับนักอ่านเด็กและเยาวชน 

“เราทำร้านนี้ไม่มีเป้าหมายเลย มีแต่สิ่งที่ตัวเองอยากทำเท่านั้น อยากทำอะไรก็จะทำสิ่งนั้นให้ได้ เรามีความคิดว่าอยากทำละครหุ่นให้เด็กๆ ที่อ่านหนังสือ ร้านหนังสือที่ต่างประเทศเขาจะทำละครหุ่นให้เด็กๆ ดู เทศการฉลอง  Eric Carle ครบรอบ 50 ปี เขาเอาละครหุ่นเจ้าหนอนจอมหิวเอามาตั้งโรงละครในร้านหนังสือเปิดเพลงประกอบซึ่งเด็กอนุบาลก็จะชอบมาก แล้วก็จะมีความสุขในการอ่านหนังสือที่ได้เห็นที่อยู่ในหนังสือมีตัวละครออกมาในโลกจริงๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กเขาต้องการบ้านเรายังไม่มีหรือถ้ามีก็น้อยมากๆ” 

แนะนำหนังสือสำหรับเด็กแต่ละวัยโดยคุณมิ้น-โสภณา เตริยาภิรมย์ ผู้ก่อตั้งร้าน Booksberry 

Booksberry
หนังสือเรื่อง Mean while (เล่มสีแดงตรงกลาง)

สำนักพิมพ์ amulet books – หนังสือของสำนักพิมพ์จะหลากหลายแนว อย่างเล่มหนึ่งที่อยากแนะนำคือ Mean while เนื้อหาของเล่มจะให้คนอ่านเลือกว่าจะดำเนินเรื่องไปทางไหนรูปแบบช้อยส์ เช่นถ้าเลือกซื้อไอศกรีมวานิลลาเปิดไปที่หน้า 6 

หนังสือเรื่อง Gene Luen Yang

สำนักพิมพ์ First Second Books – สำนักพิมพ์นี้ส่วนใหญ่เขาจะเอาเรื่องประวัติศาสตร์ สงครามต่างๆ มาเขียนเป็นรูปแบบการ์ตูน นักเขียนที่อยากแนะนำเลย Gene Luen Yang เรียกได้ว่าเป็นนักเขียนอัจฉริยะเลย เขียนหนังสือเล่มไหนก็สนุกทุกเล่ม แล้วถ้าคนอ่านหนังสือจะชอบนะ เพราะมันมีสัดส่วนระหว่างเรื่องจริง เรื่องที่เขาใส่แต่เข้าไปเพิ่มเพื่อให้คนอ่านเกิดอรรถรส สนุก 

หนังสือเรื่อง Calamity และ Rapunzel’s Revenge

สำนักพิมพ์ Bloomburry – จะเป็นแนวแบบเด็กที่กำลังอยู่ในช่วงประถมต้นอ่านได้แล้วก็จะก้าวไปถึงช่วงประถมปลาย อย่างเล่ม Rapunzel’s Revenge เขาก็นำ ราพันเซลมาต่อยอดให้กลายเป็นเรื่องราวของราเพนเซลอีกแบบหนึ่ง คำศัพท์อ่านไม่ยาก เนื้องเรื่องสนุกชวนติดตาม

เรื่อง : ณิชา พัฒนเลิศพันธ์
ภาพ : สุธาทิพย์ อุปสุข 


บทความอื่นที่คุณอาจสนใจ

Related Articles

เทรนด์ Customer Insight ครึ่งปีหลัง จะเป็นอย่างไร?

รู้หรือไม่? บริษัทที่จะ Most Powerful มากที่สุด คือบริษัทที่มี ‘Data’ มากที่สุด
ต่อไปยุคของธุรกิจที่ต้องการจะเข้าใจ รู้ใจลูกค้า ต้องมี ‘Data’ ในมือมากยิ่งขึ้น…วันนี้ CREATIVE TALK จะมาสรุปเทรนด์ Customer Insight ครึ่งปีหลัง และการหา Customer Insight หลังจากนี้โดยคุณต่อ-ณัฐกรณ์ รัตนชัยสิทธิ์ CEO of Predictive

Article | Business

3 สิ่งที่การตลาดดิจิทัลต้องเตรียม เพราะการระบาดของไวรัสทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน

ช่วง COVID-19 ที่ผ่านมา (และยังไม่ผ่านไปดี) มีพฤติกรรมของผู้บริโภคบนสื่อดิจิทัลที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนและเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น ที่บอกว่าเร็วขึ้นเป็นเพราะว่าพฤติกรรมเหล่านั้นอย่างไรเสียต้องเกิดขึ้นแน่ ๆ ด้วยแนวโน้มการเข้าถึงและการใช้งานสื่อดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นทุกปี แต่เหตุการณ์ COVID-19…

Article | Digital Marketing

คุณกชกร วรอาคม ภูมิสถาปนิก ผู้เชื่อว่า ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาด การสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดียังเป็นหัวใจสำคัญของพื้นที่สาธารณะเมืองไทย

“Public Space ไม่ใช่แค่พื้นที่ว่างหรือสวนสาธารณะ อย่างพื้นที่รกร้างเองก็ถือว่าเป็นพื้นที่สาธารณะเช่นเดียวกัน” คุณกชกร วรอาคม ภูมิสถาปนิกและผู้ก่อตั้ง Landprocess เอ่ยถึงนิยามของคำว่า Public…

Article | Creative/Design