Trending News

Subscribe Now

Apple Car และ Xiaomi Mi Car ก้าวต่อไปของขวัตกรรมยานยนต์

Apple Car และ Xiaomi Mi Car ก้าวต่อไปของขวัตกรรมยานยนต์

Article | Business | Technology

ในยุคแห่งการพัฒนาที่เต็มไปด้วยการสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ทำให้ปัจจุบันนี้โลกกำลังก้าวเข้าสู่การก้าวกระโดดของหลายสิ่งหลายอย่างด้วยกัน 

และไม่นานมานี้ก็มีอีกหนึ่งเทคโนโลยีนึงที่เพิ่งกำลังเปิดตัวไปไม่นานในช่วงนี้อย่าง รถยนต์อัจฉริยะ Apple Car ของยักษ์ใหญ่แห่งวงการธุรกิจเทคโนโลยีในปัจจุบันกับ Xiaomi Mi Car รถยนต์จากอีกค่ายที่เป็นคู่แข่งตลอดมาของบริษัท Apple

CREATIVE TALK จึงไม่รอช้าที่จะหยิบเรื่องราวการพัฒนาอุตสาหกรรมทางยานยนต์ของ 2 ค่ายนี้มาเปรียบเทียบกันให้เห็นชัดไปเลยว่า ทั้งคู่มีข้อดีและข้อเสียกันอย่างไรบ้างสำหรับ 2 นวัตกรรมแห่งยุคนี้ ถ้าอยากรู้ว่าเป็นแบบไหน ไปดูกันเลย !!


เริ่มต้นกันที่ Apple Car จากฝั่งของ Apple กันก่อนเลย จุดเริ่มต้นของเจ้า Apple Car เกิดขึ้นในปี 2014 กับโปรเจกต์ที่ชื่อว่า Titans ซึ่งในช่วงเวลานั้นทาง Apple ได้ทดลองผลิตพาหนะออกมาเป็นจำนวนทั้งหมด 1,000 คันด้วยกัน โดยทำการทดลองอยู่เป็นระยะเวลาเกือบ 7 ปีด้วยกันก่อนที่จะเริ่มสร้างเอกลักษณ์เฉพาะและจุดเด่นของรถยนต์ของตัวเองขึ้นมาด้วยคำว่า นวัตกรรมยานยนต์ไร้คนขับ 

ซึ่งนึกภาพง่ายๆ นวัตกรรมนี้ก็คือการมีรถยนต์แบบไร้พวงมาลัยนั่นเอง ซึ่งการเดิมพันกับขีดจำกัดของเทคโนโลยีครั้งนี้ของ Apple ก็คือการตั้งเป้าหมายว่า ทุกคนจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์ของทางบริษัทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เหมือนที่เคยทำให้กับ iPod และ iPhone มาแล้ว

จุดเด่นของ Apple Car ที่เราศึกษารายละเอียดมาจนถึงตอนนี้ก็คือ เรื่องของระบบไร้คนขับ ความเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และดีไซน์ต่างๆ ที่ผู้นั่งรถจะได้พบกับประสบการณ์ใหม่กับการนั่งหันหน้าเข้าหากัน และรถจะขับเคลื่อนไปตามจุดหมายที่ตั้งไว้ บวกกับความพิเศษอีกอย่างก็คือเรื่องของวัสดุอุปกรณ์ที่ Apple ได้แย้มๆ มาแล้วว่า บริเวณส่วนสำคัญของรถทางบริษัทจะพยายามใช้โครงสร้างจากเหล็กให้น้อยที่สุดอีกด้วย แต่อย่างไรก็ดีแม้จะมีข้อดีข้อต่างๆ น่าสนใจมากมายเท่าใด ข้อเสียก็มีมากเท่านั้น เพราะกระบวนการผลิตที่ยุ่งยากและแปลกใหม่ ทำให้ราคาของรถยนต์คาดว่าจะอยู่ที่ราคา 30 ล้านบาทด้วยกัน อีกทั้งในเรื่องของการเดินทางต่างๆ ณ เวลานี้ทาง Google ยังทำออกมาได้ไม่ดีมากพอเท่าที่ควรทำให้ถึงตรงนี้แล้ว รถยนต์แห่งยุคคันนี้เลื่อนวางขายไปเป็นช่วงเวลาปี 2025 เรียบร้อยแล้ว


ข้ามฝั่งกันมาที่รถยนต์ของค่าย Xiaomi Mi Car กันบ้าง ในขณะที่ Apple กำลังเตรียมเปิดตัวรถยนต์ยุคใหม่นี้ ทาง Xiaomi Mi Car ก็ได้เริ่มปล่อยข้อมูลกันออกมาบ้างแล้วกับรถยนต์ที่ทางบริษัทกำลังจะผลิตในเร็วๆ นี้ โดยไอเดียแรกที่ทาง Xiaomi แจ้งออกมาก็คือ รถยนต์ของทางบริษัทจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแน่นอน รวมไปถึงนวัตกรรมการขับขี่ยุคใหม่ที่จะเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งโมเดลและการออกแบบจากการที่แฟนคลับของทาง Xiaomi ได้ทำนายและสอบถามไปยังหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รุ่นนี้ก็คือ ทางบริษัทต้องการที่จะผลิตรถยนต์ที่มีความคล้ายคลึง Tesla ที่จะเน้นฟังก์ชั่นและประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่ที่มากกว่าเดิม

จุดเด่นของทาง Xiaomi ที่ทราบกันมาถึงตอนนี้เลยก็คือ แน่นอนตัวระบบของรถที่จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีต่อยอดด้วยความเป็น Mi แน่นอน รวมไปถึงเรื่องของโครงสร้างดีไซน์ต่างๆ ที่จะมีความเรียบหรูและเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ของ Xiaomi ที่หลายคนจะชื่นชอบอย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างไรก็ดีในแง่ของการจับมาประชันกันในตอนนี้ระหว่าง Apple Car กับ Mi Car อาจจะดูไกลเกินไปที่จะพูดได้ว่า ใครดีกว่ากัน เพราะโปรเจกต์ตัวนี้ของทาง Xiaomi จะเปิดตัวให้ทุกคนได้ยลโฉมกันปี 2030 เลยทีเดียว ฉะนั้นแล้วใครที่ติดตามเรื่องนี้อยู่ต้องติดตามกันยาวๆ เลย สำหรับเจ้ารถอัจฉริยะรุ่นนี้


สิ่งที่เราสังเกตได้จากการเกิดขึ้นของนวัตกรรมรถไฮเทคนี้ก็คือ โลกกำลังพาเราไปสู่ทิศทางใหม่ที่หลายคนอาจจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อพบกับนวัตกรรมเหล่านี้รวมไปถึงนอกจากนวัตกรรมที่ไปข้างหน้าแล้ว ตัวเราเองก็ต้องพัฒนาตัวเองไปพร้อมๆ กัน ไม่ช้าหรือเร็ว เรากำลังจะเข้าสู่ยุคใหม่ของโลกใบนี้แล้วล่ะ 

เตรียมตัวกันให้พร้อมนะครับ

Related Articles

“ดิจิทัลบูรณะ” ฟื้นคืนประตูกำแพงเมืองโซลที่สาบสูญกว่า 600 ปี ด้วย AR และ VR

เรื่อง : ดวงพร วิริยา กาลเวลาที่ผ่านจากยุคหนึ่งสู่อีกยุคหนึ่ง มนุษย์ได้ทิ้งอารยธรรมและสิ่งปลูกสร้างสร้างที่เป็นมรดกที่สำคัญของโลกไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา บางแห่งได้รับการทำนุบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่เสมือนต้นฉบับให้มากที่สุด แต่มีอีกหลายแห่งถูกทำลายลงไปก่อนที่จะเก็บรักษาไว้ได้  ทั้งเกิดสงคราม การขยายตัวของเมืองเพื่อกระจายความเจริญให้กับเมืองเล็ก…

Article | Technology

เตรียมตัวรับมืออย่างไร เมื่อชีวิตการงานของเราต้องเป็นหัวหน้าที่อายุน้อย

เพราะตัวเลขของอายุไม่ใช่เครื่องการันตีความสำเร็จของคนในยุคปัจจุบันสักเท่าไหร่ อีกทั้งคนที่ประสบความสำเร็จเองก็ดูท่ามีอายุที่น้อยลงเรื่อยๆ อย่างวลีที่เราได้ยินกันอยู่บ่อยครั้งอย่าง อายุน้อยร้อยล้าน แต่ปัจจัยหนึ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เมื่อเราประสบความสำเร็จคือวุฒิภาวะและประสบการณ์ที่อาจจะยังไม่เจนจัดหรือเก๋าเกมพอที่จะควบคุมหรือรับมือกับบางสถานการณ์ได้อย่างราบรื่น โดยเฉพาะคนที่ก้าวขึ้นมาในตำแหน่ง ‘หัวหน้า’ เพราะเรื่องของคนเป็นเรื่องของประสบการณ์หรือการแก้ไขปัญหาล้วนแต่เป็นทักษะเฉพาะตัวของแต่ละคน ไม่มีคำตอบในตำราหรือชีวิตมหาวิทยาลัยที่ถูกต้อง…

Article | Living