Trending News

Subscribe Now

บริหารงานด้วยงาน หรือ บริหารงานด้วยความสัมพันธ์ แบบไหนดีกว่ากัน

บริหารงานด้วยงาน หรือ บริหารงานด้วยความสัมพันธ์ แบบไหนดีกว่ากัน

Article | Business

“We are the leader of something.”

เราต่างก็เป็น “ผู้นำ” ในบางสถานการณ์เสมอ ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัว เพื่อน หรือ ที่ทำงาน สิ่งหนึ่งที่ผู้นำต้องรับผิดชอบเป็นประจำ คือ “การจัดการ” แต่คำถามก็คือ เราควรจัดการโดยนำด้วย “งาน” หรือ “ความสัมพันธ์” กันแน่


Task-oriented Leadership คือ การบริหารงานแบบเน้นโฟกัสที่ตัวงาน การกระทำ งานต้องเสร็จตามเวลาที่กำหนดไว้ ทุกอย่างจะกำหนดด้วยตัวเลข งานกี่ชิ้น ผลงานกี่อย่าง มีเป้าหมายชัดเจน ทุกสิ่งต้องอยู่ภายในการควบคุม (Control) สั่งงานแบบตรงๆ ชัดเจน (Direct) และชอบสั่งให้ทำตาม (Command)

ข้อดี งานเสร็จไว จัดการงานได้อย่างเป็นระบบ ทุกอย่างอยู่ในกำหนด 

ข้อเสีย การสั่งงานเพียงอย่างเดียวอาจทำให้คนที่ทำงานด้วยอึดอัด รู้สึกว่าเป็นการสื่อสารเพียงทางเดียว ทีมงานได้คิดสร้างสรรค์น้อย ทีมงานไม่ได้พัฒนาทักษะส่วนตัว เพราะทำงานเป็นหุ่นยนต์ ผลลัพธ์ที่ได้เป็นแบบระยะสั้น ที่สำคัญเมื่อหัวหน้าไม่อยู่ ทีมงานทำงานเองไม่ได้ ต้องพึ่งหัวหน้าเสมอ 

วิธีปรับสมดุลของ Task-oriented Leader

  • ให้ความใส่ใจคนในทีมมากขึ้น 
  • ให้ทีมงานได้สื่อสารมากขึ้น โดยอาจเริ่มจากเปิดโอกาสให้ทีมงานได้พูดในสิ่งที่เขาถนัดและมั่นใจ
  • เปิดใจฟังทีมงานให้มากขึ้น

Relationship-oriented Leadership คือ การบริหารงานที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างทีม โฟกัสที่คนเป็นหลัก รวมถึงเน้นที่คุณภาพมากกว่าปริมาณ เป็นผู้ฟังที่ดี (Listen) พยายามสร้างความสัมพันธ์ภายในทีม (Relate) และเป็นที่ปรึกษาให้กับคนในทีมเสมอ (Consult) ดังนั้นหัวหน้าแบบนี้จะสามารถดึงความสามารถของคนในทีมให้ทำงานถูกที่ ถูกจังหวะเวลาของเขา 

ข้อดี ดึงศักยภาพของทีมงานได้อย่างเต็มที่ หัวหน้าเป็นที่รักของทีมงาน ทีมงานมีความไว้ใจและมั่นใจ เกิดเป็นการสื่อสารสองฝั่ง (2-way Communication) ส่งผลให้เกิดการทำงานเป็นทีมได้ดี

ข้อเสีย บางครั้งหัวหน้ามีส่วนร่วมมากเกินไป จัดการด้วยตัวเองมากเกินไป ทำให้อาจเบียดเบียนเวลาทำงานอื่นที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ นอกจากนี้อาจทำให้เป้าหมายของทีมไม่ชัดเจน และทีมงานไม่ได้เคารพในฐานะหัวหน้านัก สุดท้ายอาจนำไปสู่การทำงานแบบผัดวันประกันพรุ่ง

วิธีปรับสมดุลของ Relationship-oriented Leader

  • กำหนดงานให้ชัดเจน ตั้ง Timeline ให้ชัดเจน
  • ปรับความยืดหยุ่นเฉพาะเรื่อง
  • เน้นวินัยให้มากขึ้น

การสร้างสมดุลระหว่างการบริหารทั้งสองแบบเป็นเรื่องดี แต่ถ้าคุณคิดว่าทำได้ยาก ลองมาหาเคล็ดลับการบริหารผ่านหัวข้อ “The Secret Recipe of Be-Loved Company” โดยผู้เชี่ยวชาญด้านบุคคล คุณ อภิชาติ ขันธวิธิ Managing Director จาก QGEN / HR The Next Gen หรือหัวข้ออื่นๆ ได้ในงาน CREATIVE TALK CONFERENCE 2022 วันเสาร์และอาทิตย์ที่ 25 – 26 มิถุนายนนี้ ที่ BITEC บางนา 


ใครที่ยังไม่มีบัตร จับจองได้แล้ววันนี้ที่ www.CTC2022.com หรือทัก Inbox เพจ CREATIVE TALK มาได้เลย

Related Articles

มาหาคำตอบว่า MBTI ไทป์ไหนหาเงินเก่งสุด

หลายคนอาจรู้จักชื่อของ ‘MBTI’ กันมาบ้างแล้ว หรือแบบวัดบุคลิกภาพ Myers-Briggs Type Indicator ที่คุณอาจเคยได้ทำแบบทดสอบว่าตัวเองอยู่ไทป์ไหนจากทั้งหมด 16 personalities

Article | Living

เสียใจด้วย คุณอาจจะไม่ได้ไปต่อ! เมื่อเทคโนโลยีจดจำใบหน้าถูกทิ้งจาก IBM ด้วยเหตุผลขัดต่อสิทธิมนุษยชน

‘พ่อเปลี่ยนโลกใบนี้..’ จีอานน่า ฟลอยด์ (Gianna Floyd) ลูกสาวตัวน้อยของจอร์จ ฟลอยด์ (George Floyd) ขานตอบรับ…

Article | Technology

ใครถูกใครผิด 3 เรื่องในออฟฟิศที่คุณอาจจะไม่เคยรู้

“ที่ทำไปเพราะนายสั่ง จะอ้างเพื่อไม่รับผิดได้ไหม?” “หัวหน้างานชอบแตะไหล่ คุยแนบชิด  หรือมีรุ่นพี่ต่างเพศในที่ทำงาน ชอบลวนลามทางสายตา หรือพูดจาสองแง่สามง่ามจนเราอึดอัด รู้สึกอึดอัดแต่ไม่รู้จะต้องทำยังไงดี?” “นายจ้างรับปากรับเราเข้าทำงาน ลาออกจากที่เก่าเรียบร้อยแต่เกิดเทเรา หรือมาเปลี่ยนข้อตกลงที่เราไม่โอเค…

Article | Living