Trending News

Subscribe Now

เริ่มธุรกิจด้วยทุนหนา ไม่ได้แปลว่าจะไปได้ด้วยดี

เริ่มธุรกิจด้วยทุนหนา ไม่ได้แปลว่าจะไปได้ด้วยดี

Article | Business

ในการทำธุรกิจ ผู้ประกอบการณ์หลายคนเชื่อว่า ‘การเพิ่มต้นทุน’ เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ เพราะยิ่งทุนมากก็ยิ่งทำให้ขนาดธุรกิจไปได้ไกลมากขึ้น

แต่มาร์ค คิวบาน (Mark Cuban) นักธุรกิจเจ้าของทีมบาสเก็ตบอล NBA’s Dallas Mavericks และยังเป็นนักลงทุนในรายการ Shark Tank กลับเชื่อว่ากุญแจสู่ความสำเร็จของธุรกิจก็คือ ‘การเริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินทุนน้อยที่สุด’ โดยใช้เพียงทรัพยากรของตัวเองซะก่อน

กลยุทธ์ของมาร์คก็คือ ให้ผู้ประกอบการควบคุมต้นทุนด้วยตัวเองตั้งแต่แรก โดยเขาแนะนำว่าไม่ควรเริ่มต้นธุรกิจด้วยการระดมทุนจากบุคคลภายนอก ถ้าจะทำธุรกิจให้เริ่มมันด้วยทุนของตัวเองก่อน

ถ้าเราเริ่มต้นธุรกิจด้วยทุนคนอื่น ผู้ร่วมลงทุนทุกคนก็ลงทุนโดยหวังที่จะได้กำไรหรืออะไรบางอย่างกลับไปทั้งนั้น แต่การที่เราลงทุนด้วยเงินของตนเองทั้งหมด จะทำให้เราสามารถควบคุมความเสี่ยงได้มากกว่า เพราะอำนาจการตัดสินใจจะอยู่ที่เราคนเดียว

และนั่นแหละ คือ ’แหล่งทำเงินก้อนโต’ 

การที่มาร์ค คิวบานแนะนำวิธีแบบนี้ได้ไม่ใช่เพราะเขาฟุ้งขึ้นมา หรือไปมองเห็นความสำเร็จของคนอื่น แต่เส้นทางการหาแหล่งทำเงินก้อนโตของเขานั้นเริ่มต้นด้วยตัวเขาเอง มาร์คเคยเปิดบริษัทแรกชื่อ MicroSolutions โดยใช้ทุนของตัวเอง (ซึ่งในบทความนี้ก็ระบุว่าเป็นเงินก้อนเล็ก ๆ เท่านั้น) และต่อมาเขาก็ได้ขายบริษัทออกไปในราคา 6 ล้านเหรียญ! 

ต่อมามาร์คกับเพื่อนก็ได้ลงทุน 10,000 ดอลลาร์ในสตาร์ทอัพเล็กๆ ชื่อ Cameron Audio Networks แล้วก็ขายให้กับ Yahoo! ในมูลค่า 5.7 พันล้านดอลลาร์

กลยุทธ์ที่แหวกแนวของมาร์ค คิวบาน เป็นเรื่องที่ท้าทายแนวคิด ‘เพิ่มต้นทุนเป็นกุญแจ สู่ความสำเร็จของธุรกิจ’ โดยเขาสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเริ่มต้นธุรกิจด้วยทุนเล็ก ๆ ก่อน แล้วจึงค่อย ๆ ขยายธุรกิจจากการเก็บออม มากกว่าจะรีบเปิดระดมทุน เพราะสิ่งนี้จะทำให้เราสามารถควบคุมทิศทางของธุรกิจด้วยตนเองได้ 


หากเราต้องการสร้างธุรกิจที่ได้กำไรดี ให้ลองนำแนวทางเริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินที่น้อยที่สุดไปใช้สิ เพราะมันอาจทำให้เราได้เจอสถานที่ทำเงินก้อนโตก็ได้นะ


ที่มา: Mark Cuban shares his No. 1 strategy for starting a lucrative business—it’s ‘where the big bucks are made

Related Articles

จาก Aeron สู่ Cosm เก้าอี้ Ergonomic ที่ถูกพัฒนาเพื่อมนุษย์ออฟฟิศซินโดรม

คุณคิดว่าในแต่ละวันเราใช้เวลาไปกับอะไรมากที่สุด คำตอบของใครหลายคนอาจเป็นการเดินทาง ด้วยสภาวะการจราจรกรุงเทพฯ ที่ต้องติดบนท้องถนนไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมง จากสถิติกระทรวงสาธารณสุข พบว่า 24 ชั่วโมงของคนส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับการทำงาน 7-8 ชั่วโมง…

Article | Creative/Design

สู้วิกฤตการณ์โลกในอนาคตด้วย Data โดยใช้วิเคราะห์พฤติกรรมของมนุษย์

จากบทความก่อนที่ผมเล่าว่า สังคมโลก พฤติกรรมมนุษย์จะเปลี่ยนไปอย่างไรหลังวิกฤตนี้ เพราะในอดีตหลายวิกฤตก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อทั้งโลกไม่ว่าจะสงครามโลกหรือโรคไข้หวัดใหญ่ระบาดเมื่อปี 1918 ที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า  500 ล้านคนทั่วโลก วิกฤตการณ์เหล่านั้นยากที่จะป้องกันเพราะในอดีตยังไม่มีการทำข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นระบบ และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ไม่รวดเร็วเช่นทุกวันนี้ …

Article | Technology