Trending News

Subscribe Now

เรื่องเล่า Culture EP.3 – วิธีการสร้าง Culture จากการตั้งกฎที่ชวนตั้งคำถาม

เรื่องเล่า Culture EP.3 – วิธีการสร้าง Culture จากการตั้งกฎที่ชวนตั้งคำถาม

Article | Business

ก่อนที่วัฒนธรรมองค์กรจะถูกกำหนดขึ้นมาเองจากความเคยชินและวิธีปฏิบัติตัวของคนในองค์กร เราสามารถที่จะสร้างวัฒนธรรมที่ดีขึ้นมาได้

วิธีการสร้าง culture ที่แนะนำโดย Ben Horowitz ในหนังสือ What You Do Is Who You Are – How to Create Your Business Culture คือต้องเริ่มจากการสร้างกฎขึ้นมา แต่ไม่ใช่กฎเกณฑ์การทำงานและปฏิบัติตัวในองค์กรทั่วไป มันจำเป็นต้องเป็นกฎที่ตกตะลึงแก่ผู้ปฏิบัติและกับทุกคนที่ได้ยิน กฎที่จะสร้าง culture ขึ้นมาได้อย่างมีประสิทธิภาพต้องมีคุณลักษณะดังนี้

  1. ต้องเป็นที่จดจำ
  2. ต้องทำให้เกิดคำถามว่า “ทำไม?”
  3. ต้องมีโอกาสได้ใช้กฎนี้เกือบทุกวัน
  4. และคำตอบของคำถาม “ทำไม” ต้องมีเหตุผลที่ฟังขึ้นและตรงไปตรงมาเข้าใจง่าย

หนึ่งในตัวอย่างที่ถูกเล่าคือเรื่องของทีมอเมริกันฟุตบอล New York Giants ใน NFL ช่วงปี 2004 ถึง 2015 นำโดยหัวหน้าโค้ชในตำนาน Tom Coughlin ผู้บัญญัติกฎอันน่าตกตะลึงและเป็นที่กล่าวขานกันมากในหมู่นักกีฬาทั่วทั้งลีคและสื่อมวลชน กฎที่ว่าก็คือ “ถ้าคุณมาตรงเวลานัด เท่ากับคุณสาย” โค้ชทอมจะเริ่มประชุม 5 นาทีก่อนเวลานัดเสมอและใครที่มาตรงตามเวลานัด จะโดนปรับครั้งละ 1,000 เหรียญ หรือประมาณ 32,000 บาท! งงไหมครับ คนที่มาตรงเวลาโดนทำโทษ คุณต้องมาก่อนเวลาเท่านั้น! กฎนี้ถูกสื่อมวลชนตั้งชื่อให้ว่า “Coughlin Time”

วิธีการสร้างวัฒนธรรมองค์กร

ซึ่งช่วงแรกที่โค้ชทอมใช้กฎนี้ ได้ผลตอบรับที่ไม่ดีจากนักกีฬาในทีม ถึงขั้นที่มีการรวมตัวกันร้องเรียนไปยัง NFL ว่าพวกเขาถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม พวกเขาถูกปรับครั้งละ 3 หมื่นกว่าบาท เพราะมาก่อนเวลานัด 2-3 นาที เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ขึ้นมาแต่เมื่อโค้ชทอมโดนสัมภาษณ์ เขาตอบแค่ว่า “ผู้เล่นต้องมาให้ทันเวลานัดหมาย ถ้าพวกเขามาทันก็คือมาทัน ไม่ต้องพูดอะไรมาก ทุกประชุมของพวกเราเริ่ม 5 นาทีก่อนเวลานัดหมายเสมอ”

เมื่อลองกลับไปดูที่ 4 ข้อด้านบน ถามว่ากฎนี้เข้าข่ายทั้ง 4 ข้อไหม? 

ต้องเป็นที่จดจำ – แน่นอน ใครได้ยินว่า “การมาตรงเวลาคือสาย” ทุกคนที่ได้ยินจำได้แน่นอน

ต้องทำให้เกิดคำถามว่า “ทำไม” – ทำไมต้องเริ่มประชุม 5 นาทีก่อนเวลานัดเสมอ? ทำไมไม่ตั้งไม่ตั้งเวลานัดตามที่อยากให้ทุกคนมาเลย เช่น ถ้าอยากให้ทุกคนมา 9.55 ทำไมนัด 10.00 โมง? 

ต้องมีโอกาสได้ใช้กฎนี้เกือบทุกวัน – แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการประชุมทีม การนัดเวลาซ้อม การนัดรวมตัวก่อนแข่ง และการนัดหมายทุกอย่างของทีม ทุกคนต้องทำตามกฎนี้ทุกวัน

ส่วนคุณลักษณะสุดท้าย คำตอบของคำถามว่าทำไม ทำไมโค้ชทอมถึงออกกฎประหลาด ๆ แบบนี้? หลังจากโค้ชทอมนำทีมมา 11 ปีและคว้าแชมป์ Super Bowl มาได้ถึงสองครั้ง มีหนึ่งในผู้เล่นออกมาอธิบายและตอบคำถามให้อย่างชัดเจนดังนี้

“Coughlin Time” เป็นวิธีที่จะสร้างนิสัยและวินัยในกับนักกีฬาในทีมที่เต็มไปด้วยเหล่าซูเปอร์สตาร์ค่าตัวแพง ๆ มันเป็นวิธีที่จะมั่นใจได้ว่าทุกคนจะใส่ใจกับทุกประชุมและพร้อมที่จะทำงานเมื่อถึงเวลานัดหมาย ซึ่งสุดท้ายแล้วมันเป็นเรื่องที่ดีมากเพราะนิสัยนี้จะติดตัวไปแม้นักกีฬาจะเลิกเล่นไปแล้วและพวกเขากลายเป็นคนที่พร้อมก่อนเวลาเสมอในทุก ๆ สิ่งที่ทำ

อีกตัวอย่างหนึ่งเป็นของ Amazon ซึ่งมีกฎห้ามใช้ PowerPoint (หรือ KeyNote) ในที่ประชุมเด็ดขาด คนที่จะนำเสนองานต้องเตรียมเอกสารอธิบายสิ่งที่ต้องการนำเสนอในรูปแบบเรียงความแล้วแจกจ่ายให้ทุกคนที่เข้าร่วมประชุมนั่งอ่านกันเงียบ ๆ พร้อมกันช่วงเริ่มต้นของประชุม แล้วเมื่อทุกคนอ่านจบและเข้าใจเนื้อหาในเอกสารแล้วค่อยมาถกกันต่อ

เช่นกัน ลองกลับไปดูที่ 4 ข้อที่ระบุไว้

ต้องเป็นที่จดจำ – คนทำงานที่ต้องเสนองานเป็นประจำ เมื่อได้ยินกฎว่าห้ามใช้ PowerPoint ในที่ประชุมคงเหวอไปพอสมควรและต้องจำได้ขึ้นใจแน่นอน

ต้องทำให้เกิดคำถามว่า “ทำไม” – ทำไมถึงไม่ให้ใช้ PowerPoint? ในเมื่อทุกออฟฟิศในโลกนี้ล้วนใช้กันเป็นเรื่องปกติ

ต้องมีโอกาสได้ใช้กฎนี้เกือบทุกวัน – คนทำงานต้องประชุมและเสนองานบ่อย ๆ อยู่แล้ว

ส่วนคำตอบว่าทำไม มีผู้บริหารของ Amazon อธิบายไว้ดังนี้

ยกตัวอย่างถ้าทีมต้องมาประชุมเพื่อสรุปการกำหนดราคาสินค้าใหม่ที่กำลังจะเปิดตัว ทุกคนต้องเข้าใจเรื่องโครงสร้างของราคา ต้นทุนเท่าไหร่ สัดส่วนเท่าไหร่ที่ยืดหยุ่นได้ ส่วนไหนปรับไม่ได้ ราคาในตลาดอยู่ที่เท่าไหร่ อาจจะมีโมเดลราคาสามแบบให้เลือกซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียที่ต่างกัน เหล่านี้เป็นข้อมูลที่เยอะและซับซ้อนที่จะมานั่งฟังผู้นำเสนอเล่าผ่าน presentation

มีผลวิจัยมากมายที่ระบุว่าคนเราส่วนใหญ่สามารถเรียนรู้ข้อมูลได้เร็วและมีประสิทธิภาพผ่านการอ่านมากกว่าการฟังคนอื่นเล่าหลายเท่า ดังนั้นเมื่อเราต้องการประชุมเพื่อปรึกษาและถกเรื่องที่ซับซ้อนจึงจำเป็นอย่างมากที่ผู้ร่วมประชุมควรต้องเข้าใจเนื้อหาและข้อเท็จจริงก่อนเริ่มสนทนากัน

อีกเรื่องที่สำคัญคือ เมื่อคนที่ต้องการนำเสนอข้อมูลใช้วิธีเขียนเป็นเรียงความ พวกเขาจะสามารถอธิบายรายละเอียดได้ลึกกว่าการเล่าผ่าน presentation เพียงอย่างเดียว และวัฒนธรรมนี้จะต่อยอดไปนอกห้องประชุมทำให้ทุกคนในองค์กรต้องฝึกการสื่อสารผ่านการเขียนอย่างมีประสิทธิภาพและทุกคนต้องตั้งใจอ่านข้อมูลที่ถูกส่งมาเพื่อทำความเข้าใจเนื้อหาให้ดีก่อนดำเนินการในการทำงานต่อไป

จากตัวอย่างการตั้งกฎของทีม New York Giant และ Amazon นี้ ช่วยสร้างวัฒนธรรมที่ดีให้กับองค์กรได้และสร้างนิสัยที่ติดตัวไปกับพนักงานในบริษัทได้ ลองเอาสองตัวอย่างนี้เป็นไอเดียตั้งต้นเพื่อหากฎที่เหมาะสมกับองค์กรคุณต่อไปนะครับ หวังว่าทุกคนจะเริ่มสร้างวัฒนธรรมที่ดีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและผลประโยชน์กับองค์กรได้นะครับ

เรื่อง : ณรงค์ยศ มหิทธิวาณิชชา Chief Digital Officer & Co-Founder The Flight 19 Agency
ภาพ : สุธาทิพย์ อุปสุข

ติดตามคอนเทนต์ซีรีย์ เรื่องเล่า Culture ทั้งหมดได้ที่นี่


บทความที่คุณอาจสนใจ

Related Articles

25 ปี Furby คืนชีพตุ๊กตาขนปุย เจาะแนวคิดการตลาดแห่งความคิดถึง ทำไม Furby ถึงยังไม่หายไปไหน

2023 เป็นช่วงเวลาที่ครบรอบ 25 ปีของการกำเนิด Furby ของเล่นขนปุกปุยหน้าตาคล้ายหนูแฮมสเตอร์ผสมกับนกฮูก ซึ่งครั้งหนึ่ง มันเป็นไอเทมที่เรียกได้ว่า ‘ของมันต้องมี’ เรียกได้ว่าเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว เราจะเห็นคนถือ Furby อยู่เต็มบ้านเต็มเมืองกันไปหมด เป็นกระแส เฟอร์บี้ ฟีเวอร์สุด ๆ

Article | Business

Youtube Shorts เวิร์คไหมสำหรับครีเอเตอร์? ประสบการณ์จริงเพิ่มยอดซับจากหมื่นสู่ล้านใน 2 อาทิตย์!?

Shorts คือฟีเจอร์ใหม่จาก Youtube สำหรับลงวิดีโอที่มีความยาวน้อยกว่า 1 นาที โดยอัลกอริทึ่มในการเลือกรันคลิปให้เราก็มาจากความสนใจในการดูคลิปวิดีโอ กับช่องที่เรา Subscribe รูปแบบการใช้งานคือ ใช้แค่นิ้วเลื่อน (Swipe) ขึ้นหรือลงเพื่อเล่นคลิปอื่นต่อไปเรื่อยๆ

Article | Digital Marketing