Trending News

Subscribe Now

วิธีจัดการกับความเครียดจากการทำงาน

วิธีจัดการกับความเครียดจากการทำงาน

Article | Podcast | The Organice

การทำงานกับความเครียดดูจะเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออก ถึงแม้จะมีคำพูดที่ว่า “ให้ทำงานที่เรารัก แล้วเราจะรู้สึกเหมือนไม่ได้ทำงานอีกต่อไป” ก็ตาม แต่ความเหนื่อยล้าก็ยังเกิดขึ้นได้หากเราทำสิ่งที่รักนั้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้หยุดพักเลย

เหมือนเราจะพูดเรื่อง ความเหนื่อย และ ความเครียด พร้อมกัน นั่นเป็นเพราะสาเหตุหลักๆ ของความเครียดนั้นเกิดจากความเหนื่อยล้า ซึ่งความเหนื่อยล้าในที่นี้มาได้ทั้งความเหนื่อยกาย เหนื่อยใจ หรือเหนื่อยจากปัจจัยรอบข้างที่เราควบคุมไม่ได้ และไม่ได้เกิดจากตัวเราเอง สะสมมากๆ เข้าเมื่อเราจัดการกับความเหนื่อยล้านี้ไม่ได้ ต้องเผชิญในระยะยาวเราจึงเกิดความเครียด ซึ่งหากทิ้งไว้นานๆ จนเรื้อรังก็จะส่งผลเป็นโรค เจ็บไข้ได้ป่วยตามมา

วันนี้เราเลยอยากชวนคุณจัดการกับความเครียดจากการทำงาน พร้อมเทคนิคทำง่าย ๆ 4 เทคนิคด้วยกัน

1. หยุดเมื่อรู้ตัว นั่งนิ่งๆ ก่อน เบรคได้พักได้

อันที่จริงแล้วทุกอย่างรอได้เมื่อเราพร้อม ถ้าเราฝืนทำต่อทั้งที่ไม่พร้อมไม่ได้เกิดผลดีขึ้นมา เราอาจจะกำลังสร้างอีกปัญหาโดยไม่ได้ตั้งใจ หยุดในที่นี้อาจจะแค่เดินไปมาซักพัก หรือลาพักร้อน เช่น อาจจะบอกตัวเองว่าทุกเดือนเกิดเราจะลาพักร้อน เป็นต้น

2. แบ่งเวลาพัก

เรารวบรวมเทคนิคการจัดเวลาพักมาฝาก 3 เทคนิค ดังนี้

จัดเวลาพักแบบ Time Boxing

อยากให้นึกง่ายๆ เหมือนตอนเรียนเวลาจัดตารางสอน เราจะมีพักเบรคกินข้าวเที่ยง เบรคช่วงเช้า เบรคช่วงบ่าย 10-15 นาที

พักเป็นช่วงๆ อย่าง Pomodoro Technique

คือ ทำงานอย่าง focus 25 นาที แล้วพัก 5 นาที แบบนี้จนครบ 4 รอบ แล้วพักยาวๆ ได้ การที่เราจะทำวิธีนี้ได้ต้องมีการวางแผน เลือกหยิบงานที่จะทำจบได้ใน 25 นาทีมา 4 เรื่องแล้วค่อยๆ ทำ หรืองานใหญ่ 1 ชิ้น แต่แบ่งเป็น 4 ช่วงของการทำก็ได้เช่นกัน

จัด Theme Day หรือ Theme Time

เช่น วันนี้จะเป็นวันของการอัด Podcast วันนี้จะเป็นวันของการ Consult แล้ววันถัดไปจะเป็นวันพักหรือทำอย่างอื่น ถ้าไม่ Theme Day ก็อาจจะ Theme Time ได้ เช่น จัดว่าช่วงเช้าจะเลือกทำเฉพาะงานที่ต้อง discuss กับคนอื่น แล้วช่วงบ่ายเป็น deep work หรือทำงานอย่าง focus ก็ได้เช่นกัน Theme Day นี้อาจจะรวมไปถึง Theme การแต่งตัวได้ด้วย เช่น วันประชุมจะใส่กระโปรง วันอยู่ office จะใส่ T-Shirt หรือนัดกับเพื่อนๆ แต่งตัวใน Theme เดียวกันก็สนุกไปอีกแบบ

3. เปลี่ยนมุมทำงานบ้าง

หากโต๊ะทำงานเป็นที่ประจำอาจจะลองจัดมุมใหม่ๆ หาของประดับมาแต่งโต๊ะ เช่น ต้นไม้ ดอกไม้ ให้เวลาพักสายตาได้มองเห็นสิ่งสวยงาม สิ่งที่เจริญเติบโตเปลี่ยนแปลงบ้าง เอาของที่บ้านมาที่โต๊ะทำงานซัก 1 ชิ้น ก็จะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ เช่น หมอน ตุ๊กตา กรอบรูปคนที่บ้าน

4. ไม่กินอาหารมื้อใด ๆ ที่โต๊ะทำงาน

เป็นการบังคับตัวเองให้พักได้อย่างน้อย 1 ช่วงเวลาของวัน ข้อดีอีกอย่างคือดีต่อสุขภาพ ได้เดินออกกำลังกาย ได้รับแสงแดดรับลม ได้ตั้งใจทานข้าวเคี้ยวละเอียด ได้มีเวลาพูดคุยกับเพื่อนร่วมโต๊ะอาหาร

สิ่งสำคัญคือเราต้องหมั่นเตือนตัวเองว่า พักคือส่วนหนึ่งของการทำงาน คอมพิวเตอร์ยังต้อง shut down ต้อง restart เราเองก็ต้องการช่วงเวลาเว้นพักบ้างเช่นกัน

Related Articles

​ความท้าทายใหม่ของ Digital Transformation ในโลกธุรกิจด้วย AI

การที่ร้านค้าหรือร้านอาหารสามารถตั้งอยู่ได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงโลเคชัน เพราะไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถสั่งออนไลน์ และร้านก็ส่งให้ได้ถึงที่ เรื่องนี้คือสิ่งที่พิสูจน์ว่า การปรับตัวให้เข้าสู่ Digital Transformation นั้นเป็นเหมือน “โอกาส” ของธุรกิจ

Article | Business

7 โทนสีหน้าฝน สำหรับใช้ในงานออกแบบ ให้ความรู้สึกชุ่มฉ่ำ เหมือนวันฝนพรำ

นอกจากรูปลักษณ์แล้วสียังเป็นปัจจัยที่มีสร้างอิทธิพลต่อความรู้สึกและจิตใจของคนตั้งแต่แวบแรกที่ได้เห็น แต่ละสีมีผลในเชิงจิตวิทยาต่อความรู้สึกและอารมณ์ของเราต่างกันออกไป เช่น สีแดงทำให้รู้สึกร้อนแรง ตื่นเต้น สีเหลืองให้ความรู้สึกสดใส สนุกสนาน สีม่วงให้ความรู้สึกลึกลับ น่าค้นหา (ลองอ่านบทความได้ที่…

1A4 | Article

ประโยชน์ของการฟังและสิ่งที่คุณอาจจะพลาด ถ้าไม่หยุดฟัง

ช่วงหลังผมสังเกตุเห็นว่า คนที่มีความรู้ความสามารถมักไม่ค่อยอวดความรู้ความสามารถของตัวเอง ไม่ค่อยพูดมาก เหมือนกับคนที่ร่ำรวยมีเงินหลายคนก็ไม่ค่อยอวดรวย ไม่ค่อยเอาเงินมาโชว์ เพราะคนรวยไม่ค่อยอยากจะโชว์มากก็กลัวคนจะมายืมเงิน ในขณะที่คนที่ไม่เก่งจริง ไม่รวยมาก ชอบทำตัวตรงกันข้าม ผมได้ไปเจอกับคนหลาย ๆ…

Article | Creative/Design